การเล่นกีฬามีประโยชน์หลายอย่างเพราะนอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยปรับอารมณ์และเสริมสร้างให้เด็กรู้จักกับเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น แล้วรู้หรือไม่ว่ากีฬาแบบไหนเหมาะกับลูกน้อยบ้าง วันนี้เรามีกีฬาที่น่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ
ฝึกดูความชอบด้านกีฬาของลูกได้ด้วยวิธีนี้
คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงคิดว่าการสอนลูกกีฬาอาจต้องทำให้ตรงตามหลักการทั่วไป แต่ที่จริงแล้วการสอนลูกเล่นกีฬาไม่ว่าจะชนิดไหนก็ตาม ให้สอนเพียงหลักพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น สอนวิธีเลี้ยงบอล หรือการเตะบอลให้เข้าประตู, สอนลูกวอร์มร่างกายในน้ำเพื่อให้ร่างกายชินกับการว่ายน้ำ เป็นต้น
เด็กเล่นกีฬาแบบไหนได้บ้าง
1. ฟุตบอล
ฟุตบอลเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและสมรรถนะร่างกายที่พร้อม นอกจากนี้ยังช่วยฝึกการใช้ความคิดและการวางแผน เนื่องจากเราไม่สามารถเลี้ยงบอลในสนามได้คนเดียวเพราะต้องเล่นเป็นทีม ดังนั้นการเล่นฟุตบอลจึงเป็นการฝึกการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในทีมด้วย
หากลูกมีความสนใจในกีฬาฟุตบอล คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้เวลากับมันอย่างเต็มที่ ทั้งจากการดูคนอื่นเล่นผ่านการแข่งขันที่ฉายทางโทรทัศน์ หรือคนใกล้ตัวที่เล่นฟุตบอล แต่ถ้าลูกตั้งใจจะเล่นจริงๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกเล่นได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นจะต้องสอนกฎกติกาแบบเจาะลึก เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกเบื่อขึ้นมาดื้อๆ เลยก็ได้ โดยเริ่มต้นจากการสร้างโอกาสให้ลูกได้สัมผัสกับลูกบอลบ่อยๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่เตะบอลส่งกันไปมากับลูก หรือเตะบอลอัดกำแพงเพื่อให้เด็กฝึกการกะจังหวะของลูกบอลได้ดียิ่งขึ้นและไม่ทำให้ข้าวของภายในบ้านเสียหาย เมื่อลูกเริ่มชินการใช้ขาเตะบอลแล้วจึงเปลี่ยนสถานที่เตะบอลเพื่อเพิ่มความรู้สึกสนุกให้ลูก
หากเห็นว่าลูกสนุกกับการเตะบอลมากขึ้นจึงค่อยๆ สอนกฎกติกาคร่าวๆ เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล ถ้าหากมีโอกาสและต้องการผลักดันลูกให้เต็มที่ก็ควรพอลูกไปเข้าคอร์สเรียนฟุตบอลจริงจัง เพราะการเข้าคอร์สเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายตามมาจำนวนไม่น้อย ฉะนั้นจะต้องดูความชอบของลูกด้วยว่ามีความจริงจังแค่ไหน
2. บาสเกตบอล
คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่อยากให้ลูกตัวสูงขึ้น การเล่นบาสเกตบอลมีผลช่วยให้ลูกตัวสูงขึ้นได้จริง นอกจากจะช่วยให้ตัวสูงแล้วการเล่นบาสจะช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง, ฝึกความมีระเบียบวินัย อีกทั้งสร้างปฏิสัมพันธ์เกิดคนอื่นๆ ในทีม เพราะเป็นกีฬาที่เน้นทีมเวิร์ค หากลูกรู้สึกสนใจคุณอยากจะเล่นบาสจริงๆ สามารถฝึกเบื้องต้นได้โดยการเลี้ยงลูกบาสโดยอาศัยแรงจากปลายนิ้ว ไม่ใช่ฝ่ามืออย่างที่หลายคนเข้าใจ, การชู๊ตโดยอาศัยแรงส่งจากขา และการส่งลูกซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์สถานการณ์ของอีกฝ่าย จึงทำให้กีฬาประเภทนี้ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว, การตัดสินใจที่รวดเร็ว และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทีม ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้เด็กรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เล่น
3. แบตมินตัน
เนื่องจากเป็นกีฬาที่ไม่ต้องออกแรงมาก, มีความปลอดภัยเพราะไม่ต้องปะทะกับฝ่ายตรงข้าม, สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และใช้เพียงแค่พื้นที่โล่งอย่างเช่น พื้นที่หน้าบ้าน, สวนสาธารณะ หรือคอร์ทแบดมินตัน จึงเหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไป ข้อดีของแบดมินตันคือการเคลื่อนไหวทุกส่วนโดยไม่รู้สึกเหนื่อยมาก อีกทั้งไม่ต้องใช้พื้นที่กว้างมากจึงทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป ในขั้นแรกของการเล่นแบดมินตันคุณพ่อคุณแม่จะต้องสอนวิธีจับไม้แบดมินตันให้ถูกต้องตามแขนข้างที่ถนัดของลูกและการจับลูกขนไก่ จากนั้นจึงพัฒนาการตีและอื่นๆ ในสเต็ปถัดไป
นอกจากความสนุกที่ได้รับจากการเล่นแบดแล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะด้านความคิดเพื่อวางแผนตั้งรับ-โต้กลับ อีกทั้งสายตาต้องจดจ่อกับลูกขนไก่ตลอดเวลา จึงเป็นการฝึกการใช้ความคิดและการตัดสินใจของเด็กไปในตัว รวมถึงการเคารพกฎกติกาในสนามที่จะช่วยฝึกให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์และมีระเบียบวินัยไปในตัวโดยที่ไม่ต้องบังคับแต่อย่างใด
4. ปั่นจักรยาน
หากเริ่มปั่นจักรยานครั้งแรกคุณพ่อคุณแม่อาจให้เริ่มจากการปั่นจักรยาน 3 ล้อก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็น 2 ล้อ เพื่อเพิ่มความเร็วและความคล่องตัว แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจคิดว่าการปั่นจักรยาน 2 ล้อเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของลูกน้อย ดังนั้นแนะนำให้ใส่เครื่องป้องกันให้ลูกน้อยไปก่อนจนกว่าลูกจะทรงตัวได้โดยที่ไม่ล้ม แต่หากลูกล้มหรือบาดเจ็บเล็กน้อยแนะนำให้พูดให้กำลังใจเขาเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการปั่นอีกครั้ง ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นอาศัยความชำนาญจากการฝึกเป็นเวลานาน ซึ่งจะช่วยให้เขาทรงตัวได้ดีและต่อยอดไปสู่การขับขี่ประเภทอื่นได้
นอกจากความชำนาญในการปั่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกสถานที่ปั่นที่ปลอดภัยต่อลูกด้วยเช่นกัน อาจเริ่มจากให้เด็กจับรถให้มั่นแล้วคุณพ่อคุณแม่ช่วยผลักรถไปข้างหน้า, สอนวิธีการใช้เบรกมือโดยเริ่มจากใช้เท้าดันพื้นก่อนในเบื้องต้น และกำหนดเป้าหมายในการปั่นที่ผู้ปกครองสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันหากเด็กล้มหรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
5. ว่ายน้ำ
สำหรับเด็กคนไหนที่สนใจการว่ายน้ำ คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของชุดว่ายน้ำ, แว่นตาว่ายน้ำ, หมวกว่ายน้ำ, โฟม และผ้าเช็ดตัว เพื่อป้องกันเด็กไม่สบายหลังจากว่ายน้ำทุกครั้ง ในช่วงแรกของการว่ายน้ำเด็กๆ อาจมีความกลัวเกี่ยวกับความลึกของน้ำ ดังนั้นหากลูกรู้สึกกลัวจริงๆ อย่าเพิ่งให้ลงน้ำเป็นอันขาดเพราะจะทวีความกลัวของเด็กให้มากขึ้น ทางที่ดีควรสร้างความคุ้นชินให้เด็กก่อนด้วยเริ่มให้เด็กนั่งริมสระแล้วหย่อนเท้าลงน้ำก่อน จากนั้นเตะขาเบาๆ เพื่อฝึกการใช้ขาเพื่อว่ายน้ำ โดยมีคุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้เด็ก รวมถึงการกวักน้ำเทลงใบหน้าเพื่อให้หน้าโดนน้ำและสร้างความรู้สึกเหมือนว่ายน้ำตลอดเวลา
ส่วนอายุที่สามารถเล่นน้ำได้เริ่มตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ต้องมีคุณครูหรือผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการจมน้ำซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กรู้สึกกลัวและไม่กล้าลงน้ำอีก นอกจากการว่ายน้ำจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพดีแล้วยังช่วยลดโอกาสการจมน้ำซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กอีกด้วย
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การพาลูกไปเล่นในสถานที่ที่พร้อมต่อการเรียนรู้ก็ยิ่งช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจให้ดียิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่สันทนาการที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการฝึกนิสัยเหล่านี้ให้แก่เด็ก ทางเรา The UP Brainery ศูนย์สันทนาการและคาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว เตรียมพร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนา AQ ที่เหมาะต่อเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยหายห่วงด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่นำเข้าชั้นนำระดับพรีเมี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีความสุขที่ได้มาใช้พื้นที่สันทนาการจากเรา

