การสร้างนิสัยที่ดีให้ลูกนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เพราะถ้าเด็กมีนิสัยที่ไม่ดีที่ไม่ได้รับการแก้ไขและปล่อยปละละเลยไปจนโต อาจทำให้เขาใช้ชีวิตในสังคมยากขึ้น ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีและมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมการปรับเปลี่ยนนิสัยไม่ดีของลูกเสมอ แล้วนิสัยแบบไหนที่ควรฝึกให้ลูกมีบ้าง ตามมาอ่านได้เลยค่ะ
นิสัยเด็กที่ดีมีอะไรบ้างนะ
1. มีระเบียบวินัย
การมีระเบียบวินัยจะช่วยให้ลูกใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มฝึกนิสัยนี้ด้วยการพาลูกไปเรียนรู้จากสถานที่จริง เช่น พาลูกไปต่อแถวจ่ายเงินตามห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ลูกรู้จักอดทนรอ หากมีผู้ใหญ่ใจดีให้เด็กจ่ายก่อน คุณพ่อคุณแม่อาจเลือกปฏิเสธเพื่อไม่ให้เด็กติดนิสัยรอไม่ได้ในอนาคต หรือสอนให้ลูกรู้จักขอบคุณ หากอีกฝ่ายเต็มใจสละคิวให้จริงๆ ซึ่งการมีระเบียบวินัยจะช่วยให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิต และกลายเป็นนิสัยติดตัวที่ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตของเด็กในอนาคต แต่หากปล่อยให้ลูกทำสิ่งต่างๆ โดยขาดความมีระเบียบวินัย ส่งผลให้เด็กขาดความเอาใจใส่, ใจร้อน ไม่อดทนรอ, ขี้เบื่อ หรือขี้เกียจง่าย และหากปล่อยให้นิสัยเหล่านี้ติดไปจนโตอาจแก้ไขยากหรืออาจแก้ไม่ได้เลยก็มี
2. ใจดี มีน้ำใจ
เด็กหลายคนมีปัญหาการเข้าสังคมเนื่องจากไม่ได้รับการฝึกให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง จนกลายเป็นเด็กไม่มีเพื่อน แสดงออกกับผู้คนด้วยความเย็นชา ซึ่งอาจทำให้ลูกมีปัญหากับการใช้ชีวิตในอนาคตได้ คุณพ่อคุณสามารถฝึกให้ลูกเป็นเด็กมีน้ำใจได้ เช่น การพาลูกไปแบ่งปันสิ่งของต่างๆ ให้แก่ผู้ไร้ยากตามมูลนิธิต่างๆ หรือเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ สักตัว เพื่อฝึกให้ลูกใจเย็นและเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น เมื่อเด็กมีความสุขจากการให้แล้ว ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินเพื่อกระตุ้นส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เข้าสังคมง่าย, มีเพื่อนคอยช่วยเหลือ, มองโลกในแง่ดีและมีความสุขง่ายขึ้น รวมถึงลดโอกาสการใช้ความรุนแรงระหว่างเด็กช่วงวัยเดียวได้มากทีเดียว ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเห็นเป็นประจำ เพราะเด็กเล็กเป็นช่วงวัยที่จดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีโดยเฉพาะพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่
3. มีความอดทน ใจเย็น
นิสัยเด็กโดยทั่วไปมักเอาแต่ใจ ถ้าคุณพ่อคุณแม่แสดงอารมณ์โกรธผ่านท่าทางหรือน้ำเสียงใส่ลูก จะทำให้เด็กจดจำเอาไว้ว่าหากเขาโวยวายเมื่อไหร่ จะทำให้พ่อแม่ตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการทันที และเขาจะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนโต วิธีรับมือปัญหาเด็กงอแงนั้นสามารถทำได้ด้วยความใจเย็น โดยเริ่มจากจับมือหรือกอดลูกเมื่องอแง ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงแต่จริงจัง ไม่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง พูดคุยด้วยเหตุผลว่าทำไมลูกถึงไม่ควรงอแง? การงอแงส่งผลเสียต่อเขาอย่างไรบ้าง? และบอกเหตุผลว่าทำไมเด็กถึงต้องอดทนรอ เช่น เมื่อลูกงอแงจะเอาของเล่น คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าทำไมต้องซื้อให้ หากซื้อให้แล้วจะเล่นของเล่นชิ้นนี้นานแค่ไหน จะอ่านหนังสือมากขึ้นมั้ย? ถ้าซื้อของเล่นเยอะเกินไปจะมีข้อเสียอย่างไร เช่น ไม่มีที่เก็บเพราะรกเต็มบ้าน หรืออาจอดกินของอร่อยที่ลูกชอบเพราะเอาเงินไปซื้อของเล่นหมดแล้ว ฯลฯ
นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกใจเย็นลงได้ง่ายๆ ด้วยการฝึกให้ทำงานบ้าน เช่น การตากผ้าให้แห้ง, การปลูกต้นไม้กับลูก, ถูบ้านล้างจาน ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ลูกอดทนรอและทำตามเป้าหมายให้เสร็จ ช่วยให้ลูกมีความอดทนและใจเย็นกับสถานการณ์ตรงหน้ามากขึ้น
4. กล้าตัดสินใจ กล้ายอมรับผิด
คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักบังคับเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ลูกทำเป็นสิ่งผิดด้วยประโยคคำสั่ง เช่น ห้าม, อย่า, ไม่ ฯลฯ หรือลงโทษเมื่อลูกทำผิดด้วยความไม่รู้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไม่กล้าตัดสินใจสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ต้องรอให้คุณพ่อคุณแม่คอยตัดสินใจหรือบอกให้เสมอ ซึ่งอาจมีปัญหาต่อตัวเด็กเองในอนาคต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยโอกาส หรือฝึกให้ลูกได้คิดและตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยตัวเองผ่านสถานการณ์ง่ายๆ เช่น ให้ลูกเลือกรสชาติยาสีฟัน, ให้ลูกเลือกเมนูอาหาร, ให้ลูกเลือกสถานที่ที่อยากไปเที่ยว เป็นต้น หากคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าไม่เหมาะสมหรือลูกทำไม่ถูกต้อง ควรปล่อยให้เด็กเสนอทางแก้ปัญหาเอง หากมีผลลัพธ์ไม่ดีก็ควรสอน หรือแสดงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นให้ลูกดูด้วยความใจเย็น เพื่อให้เด็กเข้าใจได้อย่างถูกต้องและไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ควร แต่หากลูกมีมุมมองที่น่าสนใจหรือชอบแบบไหนเป็นพิเศษก็ควรรับฟังความเห็นและปล่อยให้เขาลงมือทำอย่างเต็มที่
5. มีมารยาทที่ดี
การมีมารยาทที่ดีนับเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคม การสอนเรื่องมารยาทให้เด็กตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้เขาดูดซับมารยาทที่ดีและปฏิบัติเองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวคำว่า สวัสดี เพื่อทักทายผู้อื่น, กล่าวคำว่า ขอโทษ เมื่อทำผิด หรือกล่าวคำว่า ขอบคุณ เมื่อได้รับความช่วยเหลือหรือมีคนมอบของให้, การพูดคำว่า ครับ/ค่ะ ลงท้ายประโยคเพื่อแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น, การรู้จักแต่งกายให้สุภาพเมื่อต้องไปสถานที่สำคัญ เช่น ใส่ชุดนักเรียนเมื่อต้องไปโรงเรียน, ใส่กางเกงขายาวเมื่อเข้าวัด, ไม่พูดคำหยาบเมื่อรู้สึกโกรธ, เคาะประตูก่อนเข้าไปในห้องของคนอื่น, ปิดปากเมื่อไอหรือจาม, ไม่พูดแทรกขณะคนอื่นคุยยังไม่จบ, ไม่ตะโกนเสียงดังเมื่ออยู่สถานที่สาธารณะ เป็นต้น
และนี่คือ 5 นิสัยที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกไปจนโต สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่สันทนาการที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการฝึกนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก ทางเรา The UP Brainery ศูนย์สันทนาการและคาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว เตรียมพร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนา AQ ที่เหมาะต่อเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยหายห่วงด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่นำเข้าชั้นนำระดับพรีเมี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีความสุขที่ได้มาใช้พื้นที่สันทนาการจากเรา

