แนะนำของเล่นสำหรับเด็กที่พ่อแม่ควรมีติดบ้าน

ของเล่นสำหรับเด็ก

เด็กกับของเล่นเป็นของคู่กัน ดังนั้นการเลือกของเล่นให้ลูกน้อยจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กที่พูดได้และคิดเป็น เพราะการเลือกของเล่นที่ดีและเหมาะกับลูกแต่ละช่วงวัยจะช่วยให้พัฒนาลูกให้เติบโตสมวัยอีกด้วย

ของเล่นสำหรับเด็กที่ควรมีติดบ้าน

1. ตัวต่อเลโก้ (Lego)

นอกจากจะสร้างความสนุกให้เด็กๆ แล้ว เลโก้ยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือในการหยิบเลโก้, ฝึกการใช้สายตาเพื่อเลือกต่อเลโก้ที่เข้ากันกับอีกชิ้นหนึ่งทื่เชื่อมต่อกันได้ ซึ่งช่วยพัฒนาเส้นใยประสาทสมอง โดยเฉพาะเด็กอายุ 3 ปี, ฝึกเรื่องความอดทนเนื่องจากต้องใช้สมาธิในการต่อเลโก้ ไม่สามารถต่อข้ามขั้นตอนได้เพราะอาจทำให้รูปทรงเปลี่ยนไป หากยังเป็นเด็กเล็กมากอาจต้องให้คุณพ่อคุณแม่มาช่วยบล็อคเพื่อให้ลูกรู้สึกเพลินในการเล่นเลโก้มากขึ้น รวมถึงฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบรูปทรงเลโก้ที่ต้องการต่ออีกด้วย

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอดแทรกความรู้ด้านคณิตศาสตร์ได้ผ่านการต่อเลโก้พร้อมกันกับลูก เช่น สอนการนับจำนวน, การแยกประเภทตามสีและรูปร่างของเลโก้ และต่อบล็อคเอาทำมาเป็นฉากในนิทานเรื่องโปรดของลูกก็ยิ่งทำให้ลูกสนุกกับการต่อเลโก้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ด้วยผ่านการต่อเลโก้ชุด lego technic หรือ lego mindstorms ทำให้เลโก้ขยับไปมาได้ซึ่งแตกต่างจากเลโก้ทั่วไป

ในช่วงแรกของการต่อเลโก้ควรดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพราะด้วยความไม่รู้ของเด็กอาจหยิบเข้าปาก, ควรทำความสะอาดก่อนประกอบด้วยการถอดชิ้นส่วนแยกออกมาแล้วนำชิ้นส่วนจุ่มลงไปในน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที – 1 ชม. แล้วเช็ดให้แห้ง หากมีบริเวณที่มีซอกเล็กให้ใช้ไม้จิ้มฟันขูดเอาซิ่งสกปรกออก เนื่องจากอาจมีแบคทีเรียตามชิ้นส่วนต่างๆ นั่นเอง

2. รถจักรยาน 3 ล้อ

นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว การปั่นจักรยานยังช่วยฝึกในเลือกของการทรงตัว, การตัดสินใจในการเลือกเส้นทางสำหรับปั่นของเด็ก อีกทั้งฝึกสมาธิของเด็กให้จดจ่ออยู่กับถนนข้างหน้าอีกด้วย หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกฝึกการปั่นจักรยานสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไป โดยเริ่มจากการปั่นจักรยาน 3 ล้อก่อน เมื่อลูกรู้จักการขับและการทรงตัวจึงปรับมาเป็น 2 ล้อ เพื่อฝึกการขับที่เร็วและคล่องตัวขึ้น ทั้งนี้หากกังวลเรื่องการหกล้มขณะปั่น ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันหัว, ข้อศอก และหัวเข่า ขณะปั่นด้วยทุกครั้ง และที่สำคัญอย่าลืมให้กำลังใจทุกครั้งที่ลูกทรงตัวได้และปั่นได้ไกลขึ้น เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจให้ลูกรู้สึกสนุกและอยากปั่นอีกเรื่อยๆ

นอกจากนี้ควรเลือกสถานที่สำหรับการฝึกที่ปลอดภัยต่อลูก อาจเริ่มจากให้เด็กจับรถให้มั่นแล้วคุณพ่อคุณแม่ช่วยผลักรถไปข้างหน้าสักพัก, สอนวิธีใช้เบรกมือโดยใช้เท้าดันพื้นก่อนในเบื้องต้น และกำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะปั่นไปโดยเป็นที่ที่ที่ผู้ปกครองให้ความช่วยเหลือได้ทันหากล้ม หรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

3. แป้งโดว์

หนึ่งในของเล่นที่เหมาะสำหรับการฝึกกล้ามเนื้อและจินตนาการของเด็กก็คือแป้งโดว์นั่นเอง ซึ่งใครหลายคนคิดว่ามันแตกต่างจากดินน้ำมันยังไงนะ ข้อดีของแป้งโดว์อย่างแรกคือปลอดภัยจากสารเคมี อย่างที่สองคือยืดหยุ่นมากกว่าดินน้ำมัน และที่สำคัญผลิตจากธรรมชาติ เช่น แป้ง น้ำมันพืช และสีผสมอาหาร จึงไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็กหากเผลอกินเข้าไป จึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สมองจะหยุดการเพิ่มเซลล์เมื่ออายุครบ 3 ปี

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกเล่นแป้งโดว์ เด็กจะได้สัมผัสเซลล์ประสาทและสมองมากขึ้น และเมื่อเด็กรู้จักการปั้นเป็นก้อน หรือแผ่นเบาๆ แล้วจึงค่อยเริ่มให้เด็กปั้นเป็นรูปร่าง และพัฒนาเป็นปั้นตัวละครแล้วเล่าประกอบนิทานเรื่องโปรดของลูก นอกจากจะสนุกแล้วยังสร้างเสริมความมั่นใจให้ลูกจากการให้อิสระในการทำในสิ่งที่เขาชอบ และการเปิดรับความเห็นของลูกจะช่วยให้ลูกดื้อน้อยลงด้วย

4. เครื่องดนตรี

หลายคนอาจคิดว่าการส่งเสริมให้ลูกเล่นดนตรีได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งทำให้ลูกมีความสามารถด้านดนตรีมากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงการรีบให้ลูกเรียนดนตรีโดยที่เด็กไม่ได้สนใจก็ยิ่งจะทำให้เด็กรู้สึกฝืนใจ จนอาจถึงขั้นไม่ชอบหรือเกลียดเลยก็ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตจากการเปิดเพลงให้ลูกฟัง, ร้องเพลงร่วมกันขณะทำกิจกรรมภายในบ้าน เช่น ทำกับข้าว หรือแปรงฟัน หลังจากรู้ว่าลูกรู้สึกชอบจริงๆ แล้ว จึงให้ลูกได้ลองเลือกเครื่องดนตรีที่ชอบ

ส่วนอายุที่เหมาะสำหรับการเริ่มเล่นดนตรีจะอยู่ที่ 2-7 ปีซึ่งเป็นช่วงที่มีพัฒนาการด้านการฟังสูง ส่วนเครื่องดนตรีที่เหมาะในการเริ่มต้นจะเป็นเครื่องเคาะจังหวะ ซึ่งมีวิธีการเล่นที่ไม่ซับซ้อน เมื่อเด็กเอ็นจอยกับการเล่นเครื่องดนตรีแล้ว คุณพ่อคุณแม่และคุณครูสอนดนตรีควรพูดคุยเพื่อหาเครื่องดนตรีที่เหมาะกับความพร้อมทางด้านร่างกาย สมอง และการเรียนรู้ หลังจากนั้นจึงทดลองให้ลูกเล่น ถ้าไม่ใช่ที่ลูกต้องการก็ไม่ควรฝืนลูก และเปลี่ยนไปจนกว่าลูกจะเจอเครื่องดนตรีที่ใช่สำหรับตัวเอง และที่สำคัญอย่าลืมมีส่วนร่วมในการเล่นดนตรีของลูกเสมอ เพื่อให้ลูกมีกำลังใจและรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เล่นดนตรี

5. สมุดภาพระบายสี

หนึ่งในกิจกรรมสุดสนุกที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนให้ลูกได้ลองทำนั่นคือการระบายสีตัวละครที่ลูกชอบ เพราะนอกจากจะสนุกแล้วยังช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและใหญ่ผ่านการจับกระดาษและใช้พู่กันหรือดินสอสี, ฝึกการประสานสายตาผ่านการระบายสีลงภาพ นอกจากนี้ยังช่วยฝึกให้สมองซีกซ้ายทำงานด้วยการคิดวิเคราะห์ ส่วนสมองซีกขวาฝึกเลือกสีที่ระบายด้วยตัวเองซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง หากฝึกเป็นประจำจะช่วยฝึกให้เด็กถ่ายทอดสิ่งที่คิดในหัวผ่านการเลือกสีระบายหรือการวาดภาพ ส่งผลให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและรู้จักควบคุมอารมณ์ได้ดี ถือเป็นการพัฒนาการรับรู้คุณค่าและนับถือในตัวเอง (Self-Esteem) ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ระบายสีไปพร้อมกับลูกด้วยจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

เริ่มแรกคุณพ่อคุณแม่อาจเตรียมชอล์กหรือสีไม้ ตามด้วยกระดาษขาว หรืออาจใช้ผนังห้องก็ได้เช่นกัน เพื่อให้เด็กไม่ถูกจำกัดพื้นที่และลงมือวาดได้อย่างเต็มที่ แล้วเริ่มให้ลูกสอนจับมือลูกระบายสีให้ทั่วภาพโดยใช้น้ำหนักมือที่เบาที่สุด ระบายไปในทิศทางเดียวกัน ต่อมาจึงระบายซ้ำอีกครั้งโดยออกแรงกดดินสอสีมากขึ้นเพื่อให้สีดูเข้มขึ้น จากนั้นเกลี่ยสีให้เท่ากันเพื่อให้ภาพดูมีแสงเงา

ช่วงแรกเริ่มไม่ควรบังคับให้ลูกวาดตามหลักความเป็นจริง แต่ควรปล่อยให้ลูกวาดตามที่เขาต้องการ พอลูกเริ่มมีทักษะดีขึ้นจึงแนะนำให้ลูกฝึกทำตามโจทย์ที่คุณพ่อคุณแม่ให้ เช่น Color by Number หรือระบายสีให้ตรงกับตัวเลข และที่สำคัญอย่าลืมว่าช่วงแรกลูกจะปลดปล่อยจินตนาการเต็มที่ หากวาดหรือระบายออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ไม่ควรต่อว่า แต่ควรให้รางวัลหรือให้กำลังใจเพื่อให้ลูกรู้สึกเป็นตัวของตัวเองและสนุกกับการลงมือทำ

6. ตุ๊กตาหุ่นมือ

หนึ่งในของเล่นที่เล่นได้เข้าใจง่ายสำหรับเด็กก็คือตุ๊กตาหุ่นมือที่สามารถเล่นกับลูกได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 6 ขวบ ที่นอกจากจะสนุกแล้วยังช่วยเพิ่มการใช้จินตนาการ, ทักษะการเข้าสังคม, ฝึกการควบคุมอารมณ์และเกิดความเชื่อมั่นในการสื่อสารระหว่างเด็กเองและผู้เล่นคนอื่นไปในตัว อีกทั้งช่วยฝึกให้เด็กเข้าใจบทบาทสมมติและการแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์อีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เด็กจดจำลักษณะต่างๆ ของสัตว์ผ่านตุ๊กตาสัตว์ และปลูกฝังให้เด็กรักและเอาใส่ใจสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรทำความสะอาดหุ่นมืออย่างถูกวิธี ไม่ควรซักบ่อยเพราะหุ่นมือส่วนใหญ่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ เมื่อโดนน้ำบ่อยอาจทำให้วัสดุด้านในเสื่อมสภาพจนเสียรูปทรง ควรซักก็ต่อเมื่อสกปรกจริงๆ โดยการขยี้เบาๆ หรืออาจใช้แปรงขนอ่อนแปรงบริเวณที่เปื้อนแล้วล้าวด้วยน้ำสะอาด แต่หากเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ก็ควรนำไปใส่ในถุงซักผ้าก่อนซักในเครื่องซักผ้าทุกครั้ง

สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่สันทนาการที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อเด็กทุกช่วงวัย ทางเรา The UP Brainery ศูนย์สันทนาการและคาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว เตรียมพร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนา AQ ที่เหมาะต่อเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยหายห่วงด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่นำเข้าชั้นนำระดับพรีเมี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีความสุขที่ได้มาใช้พื้นที่สันทนาการจากเรา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *