คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังมองหากิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ วันนี้เรามี 10 กิจกรรมน่าสนใจที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกับลูกได้ รับรองว่าทั้งสนุกทั้งมีประโยชน์ต่อลูกน้อยแน่นอนค่ะ
10 กิจกรรมสำหรับพัฒนาเด็ก
1. เล่นบทบาทสมมติ
คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าทำไมลูกเราถึงชอบหยิบตุ๊กตามาเล่นคนเดียว หรือเอาสิ่งต่างๆ รอบตัวมาสมมติเป็นรถยนต์ เป็นกระเป๋า หรืออะไรก็ตามแต่ นั่นเป็นการเล่นบทบาทสมมติของเด็ก โดยจะพบเห็นเมื่อลูกอายุ 2 ปีขึ้นไป การเล่นแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านสมองตามกลไกของธรรมชาติ ซึ่งเด็กจะแสดงออกถึงความรู้สึกและประสบการณ์ที่เคยเจอ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติหรือการมองเห็นสิ่งลี้ลับอย่างที่หลายคนเข้าใจ ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจและปล่อยให้เด็กได้เล่นในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทางที่ดีควรหาเวลาไปเล่นบทบาทสมมติกับลูกบ้างเพื่อให้เด็กมีความสุขจากเล่นไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา ควรเล่นไปตามน้ำกับลูกเพื่อให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจในการสร้างบทบาทสมมติด้วยตัวเอง
2. วาดรูป-ขีดเขียน
การปล่อยให้เด็กวาดรูปหรือขีดเขียนจะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือของเด็กแข็งแรง, ช่วยฝึกทักษะให้มือและตาทำงานได้ดี, ช่วยให้สมองทำงานและควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่อาจปล่อยให้เด็กวาดเขียนตามฝาผนัง หรือเตรียมกระดาษใหญ่ไว้ให้ลูก โดยช่วงแรกจะต้องประคองและปรับมือของลูกเพื่อให้จับดินสอได้อย่างถูกต้องก่อน เมื่อเห็นว่าลูกวาดได้ดีขึ้น อาจกระตุ้นให้ลูกใช้จินตนาการด้วยการให้วาดสิ่งที่ชอบ หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาก็ควรวาดรูปไปพร้อมกับลูก อาจตบท้ายด้วยการให้ลูกทายว่าสิ่งที่อยู่ในรูปคืออะไรเพื่อฝึกการคิดและจดจำของเด็ก
3. ร้องเพลง-เล่นดนตรี
รู้หรือไม่ว่าการให้ลูกได้ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีจะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย และกระตุ้นการทำงานของสมองให้เรียนรู้ต่อสิ่งต่างๆ ได้ไวยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร, ด้านภาษา และอื่นๆ ส่งผลให้มีสมาธิและความจำดียิ่งขึ้น ลดอารมณ์โกรธง่าย, ลดอาการสมาธิสั้นในเด็ก อีกทั้งกระตุ้นการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ให้แข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้การเล่นดนตรีร่วมกันกับคนในครอบครัว หรือเด็กคนอื่นก็ตามจะช่วยให้เด็กกล้าแสดงละมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น
4. พาลูกไปเล่นกับเด็กคนอื่นที่สนามเด็กเล่น
คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าลูกเป็นเด็กขี้อาย, ชอบอยู่คนเดียว, เล่นคนเดียวเป็นประจำ เป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วการฝึกให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะจะช่วยให้เด็กรู้จักการเข้าสังคม แต่ถ้ากลัวว่าเด็กจะตกใจแนะนำให้เริ่มจากการพบปะกับญาติคนอื่นในครอบครัวดูก่อน เมื่อมั่นใจแล้วว่าลูกเริ่มคุ้นชินกับการคุยกับคนอื่นแล้วจึงพาไปสนามเด็กเล่น ทั้งนี้อย่าลืมให้คำแนะนำให้ลูกในการไปเล่นกับเด็กคนอื่นด้วยว่า ควรทำหรือไม่ทำสิ่งไหน? รู้สึกพอใจหรือไม่พอใจกับสิ่งที่คนอื่นทำตรงไหนบ้าง? เพื่อที่จะให้ลูกได้เข้าใจว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
5. เล่นกีฬา
การเล่นกีฬาคือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเด็กเติบโตและแข็งแรงกว่าเด็กที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เมื่อร่างกายแข็งแรงก็ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ในเด็กโดยเฉพาะโรคอ้วน แถมยังช่วยให้โกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กทำงานเต็มที่ ทำให้ข้อต่อและมวลกระดูกแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กรู้สึกกระฉับกระเฉงตามสัญชาตญาณ เกิดแรงผลักดันให้มุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆ, เสริมสร้างความกล้าหาญขึ้นในจิตใจ มั่นใจในตัวเองมากขึ้น อีกทั้งได้เพื่อนใหม่ๆ ที่สนใจในกีฬาประเภทเดียวกันอีกด้วย โดยกีฬาที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ได้แก่ ฟุตบอล, กระโดดเชือก, แบตมินตัน, กอล์ฟ, ว่ายน้ำ เป็นต้น
6. ปั่นจักรยาน
เมื่อเด็กเข้าสู่อายุ 2-3 ปี กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่จะแข็งแรงมากขึ้น การปั่นจักรยานจึงเป็นการออกกำลังกายสำหรับเด็กที่ทั้งสนุกและช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย ในช่วงแรกของการปั่นอาจให้เด็กใช้รถจักรยาน 3-4 ล้อ ก่อน ให้เด็กมีความชำนาญในการปั่นแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นจักรยาน 2 ล้อ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กฝึกการทรงตัวและควบคุมทิศทาง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายทำงานประสานกันได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้อย่าลืมใส่อุปกรณ์ป้องกันให้ลูกเสมอ และเลือกสถานที่ฝึกปั่นอย่างเหมาะสม และที่สำคัญควรปั่นเป็นเพื่อนลูกด้วยเพื่อให้ลูกรู้สึกสนุกและอยากปั่นอีกในครั้งต่อไป
7. เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ
แม้ว่าของเล่นประเภทนี้จะได้รับการรับรองแล้วว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่เด็กหลายคนที่ไม่รู้จักวิธีเล่นอาจหยิบใส่ปากกินเข้าไปตามสัญชาตญาณได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากจะนำของเล่นมาเล่นทุกครั้งควรมีคุณพ่อคุณแม่คอยเล่นกับลูกด้วย เสมอ อาจนำบล็อกมาต่อเป็นอาคารบ้านเรือน ซึ่งจะช่วยให้ลูกใช้สายตาและมือไปพร้อมกัน หรืออาจเป็นจิ๊กซอว์ขนาด 6-12 ชิ้นในเบื้องต้น หากเด็กรู้สึกเบื่อแล้วสามารถเพิ่มระดับให้ยากขึ้นได้ ซึ่งการเล่นของเล่นเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อมัดต่างๆ แข็งแรง, ฝึกการแยกสีหรือรูปทรงต่างๆ ผ่านการมองได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น
8. เที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน
การเปลี่ยนบรรยากาศจากสิ่งเดิมๆ จะช่วยให้ลูกรู้สึกสนุกตื่นเต้นกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนนอกเหนือจากการฟังนิทาน, การดูสิ่งต่างๆ จากในโทรทัศน์หรือสมาร์ทโฟน ทำให้เด็กได้สัมผัสสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 แบบไม่รู้ตัว เช่น การได้กินอาหารนอกเหนือจากมื้อเดิมๆ, การได้กลิ่นไอดิน กลิ่นน้ำทะเล, การได้ฟังเสียงช้าง ม้า นก เป็นต้น นอกจากนี้การเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดยังฝึกความอดทนของเด็กไปในตัวเพื่อให้เด็กรู้จักรอ เพราะการรอที่ยาวนานจะทำให้เด็กรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคนในครอบครัว หรือคนรอบข้างที่มาเที่ยวที่เดียวกันด้วย และที่สำคัญยังเป็นการสร้างบันทึกความทรงจำดีๆ ให้เด็กกับคนในครอบครัวรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
9. อ่านหนังสือพร้อมกับลูก
ด้วยความที่ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่มีจินตนาการสูง การอ่านนิทานจะช่วยให้เด็กนึกภาพตามซึ่งจะช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็กให้กว้างไกลขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กจดคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในนิทานได้มากขึ้น, ช่วยให้เด็กจัดระบบความคิดได้ดี, ฝึกให้เด็กมีเหตุมีผล, มีจริยธรรม และเข้าใจวิธีการอยู่ร่วมกันในสังคมผ่านนิทานที่สอดแทรกคติธรรม สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่ออ่านนิทานให้เด็ก ได้แก่ เลือกนิทานสอดแทรกคุณธรรม, พยายามเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เด็กเบื่อ, อ่านด้วยโทนเสียงสูง-ต่ำสลับกันเพื่อให้เด็กรู้สึกสนุก หรือถาม-ตอบเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเรื่องเพื่อให้เด็กรู้สึกมีส่วนร่วมกับคุณพ่อคุณแม่
นอกจาก 10 กิจกรรมที่เราแนะนำไปแล้ว การพาลูกไปอยู่ในพื้นที่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้, ฝึกใช้จินตนาการ, ลงมือทำ และมีปฏิสัมพันธ์จริงกับเด็กคนอื่น จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น ทางเรา The UP Brainery ศูนย์สันทนาการและคาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว เตรียมพร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนา AQ ที่เหมาะต่อเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยหายห่วงด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่นำเข้าชั้นนำระดับพรีเมี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีความสุขที่ได้มาใช้พื้นที่สันทนาการจากเรา

