หนึ่งในปัญหาสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนเจอก็คือการที่ลูกอ่านหนังสือไม่ออก หากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียระยะยาวในด้านการสื่อสารกับผู้อื่นของเด็ก ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากการสอนอ่านหนังสือที่ผิดวิธี หรือแม้แต่ความผิดปกติภายในร่างกายของเด็กเองด้วย วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวมาฝากกันค่ะ
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกอ่านหนังสือไม่ออก
เนื่องจากเป็นภาวะที่ไม่สามารถดูออกจากภายนอกได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตท่าทีของลูกว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
- เขียนผิดซ้ำๆ
- จำตัวอักษรได้น้อยกว่า 10 ตัว
- จำเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
- มีปัญหาเมื่อต้องพูดคำบางคำ
- หลีกเลี่ยงการอ่านออกเสียง
- เชื่อมโยงระหว่างคำกับเสียงอ่านของคำนั้นไม่ได้
- อ่านแล้วทำความเข้าใจยาก หรือใช้เวลานานกว่าเด็กทั่วไป
สาเหตุการอ่านหนังสือไม่ออกของเด็ก
1. โรคบกพร่องทางสติปัญญา (Dyslexia)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีแนวโน้มที่จะถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ ซึ่งส่งผลต่อสมองส่วนการเรียนรู้ภาษาและอ่านหนังสือ, เด็กคลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ หรือเกิดจากตัวคุณแม่เองเกิดภาวะติดเชื้อจนอาจต้องทานยา, พฤติกรรมที่ไม่ดีต่อการตั้งครรภ์ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดขณะตั้งครรภ์ ทำให้เด็กที่เกิดมามีปัญหาด้านการเรียนรู้, ด้านสังคม และอื่นๆ ตามมา
2. เด็กได้รับการสอนที่ไม่เหมาะสม
การสร้างพื้นฐานการอ่านให้ลูกนั้นควรเริ่มจากครอบครัวเป็นอันดับแรก คุณพ่อคุณแม่คนควรให้เวลาและความสำคัญในการสอนให้เด็กอ่านได้ โดยเริ่มจากการอ่านให้ลูกเห็นเป็นเรื่องปกติ หรือพาลูกไปอ่านหนังสือนอกบ้านเพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านให้น่าสนใจสำหรับเด็ก รวมถึงให้ลูกได้เลือกหนังสือเล่มโปรดด้วยตัวเองเพื่อสร้างแรงจูงใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น
แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสอนลูกก็ยิ่งทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาทักษะการอ่านของตัวเอง กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลระยะยาวในอนาคต นอกจากนี้การย้ายถิ่นฐานไปยังที่อื่นก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการสอนอย่างต่อเนื่องจากโรงเรียน รวมถึงคุณครูผู้สอนภาษาอาจมีทักษะการสอนไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กเข้าใจได้ จึงทำให้เด็กขาดทักษะในการอ่านไปเรื่อยๆ
แก้ปัญหาลูกอ่านหนังสือไม่ออกได้อย่างไรบ้าง
1. หาวิธีการสอนที่เหมาะกับลูก
ต้องเข้าใจก่อนว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้โดยหนังสือแบบเรียนทั่วไป แต่เด็กหลายคนไม่สามารถเรียนรู้ด้วยวิธีแบบนั้นได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเฟ้นหาวิธีการสอนที่เหมาะสำหรับลูกที่สุด เช่น ดูการ์ตูน เพลง หรือนิทานตัวอักษร, เกมส์ตกปลาตัวอักษร, ฯลฯ จากนั้นค่อยพัฒนาไปเป็นการคัดลายมือและวาดรูปของสิ่งที่ใช้เรียกแทนตัวอักษร เช่น ก ไก่ ให้เด็กวาดรูปไก่, จ จาน ให้เด็กวาดรูปจาน เป็นต้น หรือให้เด็กเขียนคำตามภาพวาดก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย แถมยังเป็นการสอนซ้ำแบบที่เด็กไม่รู้สึกอึดอัดด้วย
2. สอนเด็กด้วยความใจเย็น
ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูก็ตามไม่ควรอารมณ์เสียใส่เด็ก ทางที่ดีควรหาสาเหตุที่ทำให้เด็กอ่านไม่ได้ตามที่กล่าวไปข้างต้น โดยหมั่นสังเกตผลการเรียนของเด็กอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่และคุณครูควรพูดคุยกันเพื่อหาต้นตอและวิธีแก้ปัญหาโดยที่ไม่ต้องดุเด็กต่อหน้าคนอื่น เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอายและไม่กล้าอ่านหนังสือมากกว่าเดิม เมื่อรู้ปัญหาแล้วจึงเริ่มสอนพื้นฐานว่าตัวอักษรแต่ละตัวมีหน้าตาและมีวิธีเขียนอย่างไร จากนั้นจึงเริ่มผสมตัวอักษรเข้าเป็นคำสั้นๆ เมื่อเด็กอ่านได้แล้วจึงเริ่มให้เด็กเลือกอ่านนิทานเรื่องโปรดของตัวเอง, เกมส์ตกปลาตัวอักษรภาษาอังกฤษ
3. สอนให้เด็กสนุกนอกห้องเรียน
การเรียนรู้นอกห้องเรียนเป็นสิ่งสำคัญเพราะนอกจากจะซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ให้เด็กโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ว ยังช่วยให้เด็กมีความสุขอันเป็นผลทำให้เด็กรู้สึกภูมิใจในตัวเอง เด็กจึงไม่รู้สึกอายที่จะถามในสิ่งที่ตนไม่รู้หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แล้วยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้การสนับสนุนเด็กมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากการสอนให้อ่านออกเขียนได้อีกด้วย ทั้งนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพเด็กให้พร้อมต่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยนะคะ
สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่สันทนาการที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อเด็กทุกช่วงวัย ทางเรา The UP Brainery ศูนย์สันทนาการและคาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว เตรียมพร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนา AQ ที่เหมาะต่อเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยหายห่วงด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่นำเข้าชั้นนำระดับพรีเมี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีความสุขที่ได้มาใช้พื้นที่สันทนาการจากเรา

